edelweiss [0]
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าที่ฟังดูวุ่นวายและรีบร้อนดังอึกทึกไปทั่วทั้งคฤหาสน์ที่ตั้งอย่างโดดเดี่ยวในภูเขาที่ห่างไกล เสียงบ่น
เสียงร้องตะโกนของเหล่าข้ารับใช้ดั่งไปทั่วทุกส่วนของคฤหาสน์
เสียงร้องตะโกนของเหล่าข้ารับใช้ดั่งไปทั่วทุกส่วนของคฤหาสน์
“ หาให้เจอ หาให้ทั่ว เขาต้องหลบอยู่แถวๆนี้ล่ะน่า “ ชายหนุ่มหนึ่งในข้ารับใช้เดินค้นไปตามใต้โตะอย่างหัวเสีย
“ คุณหนูคะ ออกมาจากที่ซ่อนเถอะค่ะ ใกล้จะถึงเวลาตรว- อ๊ะ ทานของว่างแล้วนะคะ”
“ เฮ้อ…. อีกแล้วหรอเนี่ย บอกแล้วว่าอย่าเชื่อเด็กนี่มากนัก ไปโดนไม้ไหนอีกล่ะ”
“ ก ก็ …...“ เธอจะตอบแต่ก็ทำท่าถึ่งจะเถียง
“ ทั้งสองหยุดคุยกันเดี๋ยวนี้เลย ใช่เวลามาเถียงกันไหม? เธอ ออกไปหาที่ห้งครัว ค้นให้ทั่ว
ส่วนนาย กลับไปค้นที่ห้องโถง เหลือเวลาไม่มากแล้ว ฉันจะค้นห้องนี้เอง” ชายวัยกลางคนเดินเข้ามา
ส่วนนาย กลับไปค้นที่ห้องโถง เหลือเวลาไม่มากแล้ว ฉันจะค้นห้องนี้เอง” ชายวัยกลางคนเดินเข้ามา
“ค ค่ะ / ครับหัวหน้า”
บทสนทนาของเหล่าคนใช้และหัวหน้าพ่อบ้านที่ต่างพากันวุ่นวายเพราะการหายไปของคนๆหนึ่ง “เขา”
ที่ว่าก็คือตัวผมเอง เพราะวันนี้เป็นวันที่ต้องตรวจร่างกายที่แสนน่าเบื่อ ผมก็เลยวางแผนหนีปั่นหัวพวกเขาเล่น
อย่างน้อยก็ช่วยให้ชีวิตสั้นๆของผมให้สนุกสนานขึ้นมาเล็กน้อย
ที่ว่าก็คือตัวผมเอง เพราะวันนี้เป็นวันที่ต้องตรวจร่างกายที่แสนน่าเบื่อ ผมก็เลยวางแผนหนีปั่นหัวพวกเขาเล่น
อย่างน้อยก็ช่วยให้ชีวิตสั้นๆของผมให้สนุกสนานขึ้นมาเล็กน้อย
หลังจากที่เสียงฝีเท้าเริ่มเงียบสงบลง หัวหน้าพ่อบ้านได้ออกไปทีอื่นแล้ว นี่คือนาทีทองที่ผมจะแอบออกไปข้างนอก
หึ พวกตาถั่ว แค่หลบอยู่ผ้าม่านก็ยังไม่รู้
หึ พวกตาถั่ว แค่หลบอยู่ผ้าม่านก็ยังไม่รู้
แค่ก.. แค่ก..
ผมหลุดไอออกมา อาจเพราะฝุ่นทำให้ผมสำลัก ท่าทางจะดังจนมีคนได้ยินและเริ่มวิ่งตรงมาที่ห้องนี้อีกครั้ง
ผมจึงรีบวิ่งออกจากที่ซ่อนไปเปิดหน้าต่างและกระโดดออกไป เพราะไม่ได้สูงจากพื้นมากนักแต่ผมก็พลาดท่า
แล้วได้แผลถลอกมาเล็กน้อย ในที่สุดก็สามารถหลบหนีออกมาข้างนอกได้ตามแผนที่วางไว้
ผมจึงรีบวิ่งออกจากที่ซ่อนไปเปิดหน้าต่างและกระโดดออกไป เพราะไม่ได้สูงจากพื้นมากนักแต่ผมก็พลาดท่า
แล้วได้แผลถลอกมาเล็กน้อย ในที่สุดก็สามารถหลบหนีออกมาข้างนอกได้ตามแผนที่วางไว้
ตัวผมนั้นเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลเทนโชวอินผู้ที่เกิดมาพร้อมร่างกายที่อ่อนแอ
ต้องเข้ารับการรักษา และตรวจร่างกายอย่างต่อเนื่อง อย่างที่บอกว่าเป็นลูกชายเพียงคนเดียว
ผมจึงเป็นผู้สืบทอดของตระกูลนี้ด้วยโดยปฎิเสธไม่ได้ นั่นคงเป็นเหตุผลเดียวที่พวกเขาทำทุกวิถีทาง
เพื่อให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อไป ทั้งสร้างบ้านที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองเพราะที่นั่นมีมลพิษต่อร่างกายของผมมากเกินไป
นั่นอาจเป็นข้ออ้างไม่อยากให้ผมหนีออกไปเที่ยวเล่นมากกว่าถึงเอามาขังไว้ที่นี่
ต้องเข้ารับการรักษา และตรวจร่างกายอย่างต่อเนื่อง อย่างที่บอกว่าเป็นลูกชายเพียงคนเดียว
ผมจึงเป็นผู้สืบทอดของตระกูลนี้ด้วยโดยปฎิเสธไม่ได้ นั่นคงเป็นเหตุผลเดียวที่พวกเขาทำทุกวิถีทาง
เพื่อให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อไป ทั้งสร้างบ้านที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองเพราะที่นั่นมีมลพิษต่อร่างกายของผมมากเกินไป
นั่นอาจเป็นข้ออ้างไม่อยากให้ผมหนีออกไปเที่ยวเล่นมากกว่าถึงเอามาขังไว้ที่นี่
ช่างเป็นชีวิตที่น่าสมเพช
“ ดูเหมือนจะพ้นละนะ คงหาไม่เจอหรอก พวกโง่ แบร่ “
ผมพึมพำพลางหันหลังทำหน้าแลบลิ้นใส่ความว่างเปล่าตรงหน้า เป็นเรื่องปกติที่ผมจะพูดแบบนี้คนเดียว
ปกติจะมีคุณตุ๊กตาหมีอยู่ด้วย แต่เพราะคราวก่อนพาหนีออกมาด้วยทำให้โดนจับได้ผมก็เลยไม่พาออกมาอีก….
ผมพึมพำพลางหันหลังทำหน้าแลบลิ้นใส่ความว่างเปล่าตรงหน้า เป็นเรื่องปกติที่ผมจะพูดแบบนี้คนเดียว
ปกติจะมีคุณตุ๊กตาหมีอยู่ด้วย แต่เพราะคราวก่อนพาหนีออกมาด้วยทำให้โดนจับได้ผมก็เลยไม่พาออกมาอีก….
“ น่าเสียดายจังเลยนะที่ไม่ได้พาคุณหมีมาด้วย แต่ไม่เป็นไร ผมทำคนเดียวได้ ไว้จะพามากับเคย์โตะ ทั้งคู่ต้องชอบแน่ๆเลย~ “
ผมยิ้มร่า กระโดดโลกเต้นไปที่ “ฐานลับ” ที่ผมจัดเอาไว้เล่นกับเคย์โตะเพื่อนวัยเดียวกันกับผม เขามักจะมาเยี่ยมผมบ่อยๆ
และชวนผมเล่นต่างๆ ช่วยให้ผมได้รับรู้และสนุกสนานกับชีวิตที่แสนน่าเบื่อ เคย์โตะชอบวาดรูปมากๆ
เขามักจะวาดสิ่งที่เขาไปเจอจากข้างนอกมาให้ผมดูบ่อยๆ บางอย่างก็เป็นสิ่งที่ผมเคยเจอในหนังสือ แต่บางอย่างก็แตกต่าง
และชวนผมเล่นต่างๆ ช่วยให้ผมได้รับรู้และสนุกสนานกับชีวิตที่แสนน่าเบื่อ เคย์โตะชอบวาดรูปมากๆ
เขามักจะวาดสิ่งที่เขาไปเจอจากข้างนอกมาให้ผมดูบ่อยๆ บางอย่างก็เป็นสิ่งที่ผมเคยเจอในหนังสือ แต่บางอย่างก็แตกต่าง
ผมแอบมาที่นี่เพราะผมจะจัดเตรียมเซอร์ไพรส์เคย์โตะที่จะมาเยี่ยมผมในวันพรุ่งนี้
ฐานลับของพวกเราอยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก ความจริงก็เป็นที่โล่งและมีต้นไม้ใหญ่ และมีโพรงใหญ่พอที่จะให้มุดเข้าไปซ่อน
เมื่อสองวันก่อนผมไปเจอกระต่ายป่า น่าจะนะ ดูเหมือนจะบาดเจ็บผมก็เลยแอบเอามารักษาที่นี่ ทำตามหนังสือที่เคยอ่านไว้
แล้วก็เอาแครอทอาหารโปรดของมันมาไว้เผื่อด้วย เคย์โตะเห็นต้องตกใจแน่เลย~
เมื่อสองวันก่อนผมไปเจอกระต่ายป่า น่าจะนะ ดูเหมือนจะบาดเจ็บผมก็เลยแอบเอามารักษาที่นี่ ทำตามหนังสือที่เคยอ่านไว้
แล้วก็เอาแครอทอาหารโปรดของมันมาไว้เผื่อด้วย เคย์โตะเห็นต้องตกใจแน่เลย~
“กระต่ายน้อย ผมมาแล้ว เอ๋ หลับอยู่หรองั้นไม่กวนก็ได้...”
มันหลับอยู่ผมก็เลยไม่ไปกวนมัน ในหนังสือบอกว่ากระต่ายขี้ตกใจด้วย ผมไม่อยากทำให้มันตกใจเท่าไหร่
ฟุบ ฟุบ
ผมได้ยินเสียงบางอย่างเคลื่อนไหวใกล้ๆ แถวนี้ไม่น่าจะมีสัตว์ตัวใหญ่ๆนี่ ไหนบอกจัดการไปหมดไปแล้วไม่ใช่หรอ
หรือว่าจะเป็น เคย์โตะ?
หรือว่าจะเป็น เคย์โตะ?
“ เคย์โตะ??? “
ผมเดินไปตามเสียง มองหาแต่ก็ไม่พบใคร
ตุบ!
เสียงบางอยากกระแทกลงพื้นดังใกล้ๆ
“โอย…..เจ็บชะมัด” เสียงที่ไม่คุ้นดังขึ้น ผมจึงเดินไปตามเสียงนั้น
ผมแหวกพุ้มไม้ก็พบกับเด็กที่ดูวัยไม่ต่างจากผมเท่าไหร่ ไม่ใช่เคย์โตะ!?
“ เอ๋!!??? ม- มีคนอยู่ด้วย แอบตามฉันมาหรอ? รึว่า...จะเป็นสายสืบของรุกะตันชะม้า อย่าเอาไปฟ้งรุกะตันเชียวนะ!!”
ภาพตรงหน้าคือเด็กผมสีส้มดูยุ่งเหยิง ตัวมอมแมมไปหมด มีเศษใบไม้ติดตามตัว นัยน์ตาสีเขียวจ้องเขม็งมาทางผม
“???????”
ผมงงกับสิ่งที่เด็กคนนั้นพูดออกมา
“เธอเป็นใคร?”
“ห๋า? ไม่ใช่เพื่อนของรุกะตันหรอ ฟู่ว โล่งอกจังน้า …. แล้วนี่ใครอ่ะ….”
“ เธอเป็นใคร?” ผมถามย้ำอีกครั้ง
“ ห๊ะ ใครนะ นี่ฉันถามชื่ออยู่นะ ตอบมาสิ ฉันยุ่งอยู่นะ! “
“........ผมเทนโชวออน เอย์จ---”
“ ห๋า!!! นายเป็นผู้ชายหรอ?? เอ๋???? นึกว่าผู่หญิงซะอีก ฮะฮ่าๆ น่าสนใจดีนี่ ฉันทสึกินากะ เลโอ ยินดีที่ได้รู้จักนะ
แล้วก็ลาก่อนบาย”
แล้วก็ลาก่อนบาย”
…..แปลกคน… ผมยังไม่ทันจะตอบชื่อเลยด้วยซ้ำ เขาลุกขึ้นปัดๆตัวเล็กน้อย ในตอนแรกผมก็เข้าใจผิดว่าเป็นเด็กผู้หญิงซะอีก
แต่พอดูดีๆเนื้อตัวมอมแมมไปหมด ถ้าเด็กผู้หญิงควรจะรักสะอาดมากกว่านี้สิ
แต่พอดูดีๆเนื้อตัวมอมแมมไปหมด ถ้าเด็กผู้หญิงควรจะรักสะอาดมากกว่านี้สิ
ผมดึงเสื้อเขาเอาไว้ไม่ให้หนีไปก่อน ยังมีหลายอย่างที่ผมสงสัย
“ เธอมาทำอะไรที่นี่หรอ? แถวนี้ไม่น่าจะมีคนอิ่นนอกจากผมนี่ เธอมาจากไหน?”
“ อ่าาา โถ่ ! นายนี่น่ารำคาญจัง ฉันมาหาของให้น้องสาวสุดน่ารักของฉัน ตอบแล้ว แค่นี้โอเค้?”
“รุกะตันน่ะหรอ?”
“ อย่ามาเรียกรุกะตันของฉันแบบนั้นนะ! รุกะตันน่ะฉันเรียกได้แค่คนเดียวเท่านั้น มีแค่พี่ชายคนนี้เท่านั้น วะฮะฮ่า☆”
“....ให้ผมช่วยไหม?”
“ไม่ล่ะ”
“เธอหลงทางสินะ แถวนี้ผมรู้ทางดีนะ~ ให้ผมช่วยหาของที่ว่านั้นก็ได้นะ”
“ฉันไม่ได้หลงไอ้หน้าสวย ชิ้วๆ กลับบ้านนายไป”
เขาปัดมือผมแล้วไล่ แต่ผมก็ยังคงตามก่อกวน ใช่ ผมวางแผนจะแกล้งเขาให้คุ้มค่ากลับที่แอบหนีออกมาสักหน่อย
“ ยังจะตามมาอีก กลับไป๊ ”
“ นะนะนะนะนะ ให้ผมช่วย”
เขาเมินผม ขณะเดียวกันผมก็สังเกตเห็น ในมือเขากำอะไรบางอย่างผมก็เลยแย่งมันมาดู
“ ห เห้ยเอามานะ! นายนี่มันยุ่งไม่เข้าเรื่อง!”
เขาพยายามแย่งกระดาษนั้นคืนมา แต่ปมก็ชิงแกะดูก่อน กระดาษแผ่นนั้นเป็นภาพดอกไม้ชนิดหนึ่ง
“......ก็ได้… ให้ช่วยก็ได้ เอาคืนมาได้แล้ว”
เขาพูดแล้วยื่นมือมาทวง ผมก็เลยพับดีๆแล้วส่งคืนไป
“ ฉันกำลังหาดอกไม้นั่นไปให้น้องสาวฉันน่ะ เอ่อ… รุกะตันน่ะ เห็นว่ามันขึ้นอยู่ที่สูงๆฉันก็เลยแอบออกมาหา”
“ อ๋อ… ผมพอจะรู้นะว่าตรงที่น่าจะมีดอกไม้นี่อยู่ตรงไหนนะ เดี๋ยวผมพาไป แต่ก่อนหน้านั้นมีอะไรให้ดู “
ผมพูด้วยความดีใจ แล้วพาเขาไปที่ที่ผมซ่อกระต่ายไว้
“ก็แค่ศพกระต่ายมีอะไรน่าสนใจ ”เขาพูดออกมาทั้งๆทียังไม่เข้าไปดู
แต่เดี๋ยวนะ ศพ? มันตายแล้วหรอ? ที่นิ่งไปไม่ใช่ว่ามันหลับหรอ? งั้นกลิ่นเน่าๆที่เรานึกว่าคือกลิ่นเน่าของแครอทก็คือ
กลิ่นของเจ้านั่น…..
กลิ่นของเจ้านั่น…..
“เธอ.. ไปดูมาแล้วหรอ…. น่าสงสารเนอะ”
“ก็นะ ฉันแค่ได้กลิ่นแปลกๆเลยตามไปดู แต่มันก็เรื่องธรรมดานี่นา”
เขาพูดจาดูไม่แยแสต่อความตายของกระต่ายเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ไม่เคยเข้าใกล้มัน
ถ้าเธอรู้ว่าความตายมันแย่แค่ไหนเธอคงไม่พูดออกมาอีกนะ
เขาพูดจาดูไม่แยแสต่อความตายของกระต่ายเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ไม่เคยเข้าใกล้มัน
ถ้าเธอรู้ว่าความตายมันแย่แค่ไหนเธอคงไม่พูดออกมาอีกนะ
อาจเพราะ เพราะผมเป็นสาเหตุที่ทำให้มันตายก็ได้มั้ง ทรมานมั้ยนะ? ทั้งๆที่คิดว่าจะรอดเหมือนกับผมแท้ๆ
สุดท้ายก็ช่วยมันจากความตายไม่ได้
สุดท้ายก็ช่วยมันจากความตายไม่ได้
“....”
ผมไม่ได้พูดอะไร สักพักก็ดึงมือของเขาให้ตามมา มุ่งหน้าไปที่ยอดเขาที่ไม่ค่อยไกลจากแถวนี้ พยายามลืมเรื่องกระต่ายนั่นไป
น้องสาวงั้นหรอ….. ดีจังเลยนะ… ผมเองก็อยากมีพี่น้องแบบนี้บ้างจังเลย.. ดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่นจังเลยนะเด็กคนนี้
น่าอิจฉา…
น่าอิจฉา…
“โอ้ย! นายจะบีบมือฉันทำไม”
ผมเผลอออกแรงบีบมือเขาไปตามความอิจฉา…
x
ผมเผลอออกแรงบีบมือเขาไปตามความอิจฉา…
x
“ ขอโทษ “
ขณะที่พวกเรากำลังเดินไป ผมก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมา…. อาการป่วยกำเริบอีกแล้วหรอ เวลานี้เนี่ยนะ
“โอ่ย หน้านายดูซีดๆนะ เป็นไรเปล่า?”
“ไม่หรอก แค่เหนื่อยนิดหน่อยน่ะ แต่ใกล้ถึงละ ไม่เป็นไร”
ผมพูดและยิ้มตอบฝืนๆ ทั้งๆที่ตอนนี้ความรู้สึกมันตีกันจนแทบอยากจะอาเจียนออกมาด้วยซ้ำ
กลิ่นหอมหวานที่เอียนจนปวดหัวไปหมด
ผมพูดและยิ้มตอบฝืนๆ ทั้งๆที่ตอนนี้ความรู้สึกมันตีกันจนแทบอยากจะอาเจียนออกมาด้วยซ้ำ
กลิ่นหอมหวานที่เอียนจนปวดหัวไปหมด
“ อ๊ะ ถึงแล้วว ใช่มั้ย เอ๋? ข้าบนนั่นมันหน้าผานิ”
“ ผมเคยอ่านเจอว่ามันจะขึ้นบนผาน่ะ”
“ฉันนึกว่าอยู่บนต้นไม้ซะอีก มิน่าปีต้นไหนก็หาไม่เจอ เอาล่ะ ฉันจะเอามาให้ได้”
เขาวิ่งไปที่ผา แล้วเริ่มปีนป่ายแล้วหยุดชะงักหันมาทางผม
“ ยืนทำบื้ออะไร ไหนบอกจะช่วย ปีนมาหาช่วยกันสิ”
“ ผมโดนห้ามไม่ให้ปีนน่ะ”
ใช่แล้ว ผมมักจะโดนดุบ่อยๆ วันนี้แค่หนีออกมาก็เป็นเรื่องมากพอละ ถ้าโดนจับได้ว่าปีนที่สูงอีกคงโดนกักบริเวณไม่ได้ออกมาอีกแน่ๆ
“ขี้ขลาด!”
เขาตะโกนใส่ผม ทำให้ผมหงุดหงิดขึ้นมา ไม่ชอบให้มาดูถูกกันแบบนี้ ผมไม่ตอบอะไรแล้วเริ่มปีนไปตามเขา
ความปวดหัวเริ่มเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนผมแทบจะหมดสติไป แต่เห็นดอกไม้ที่กำลังตามหาจึงเรียกสติตัวเอง
วินาทีที่สัมผัสดอกไม้นั้นได้ ทุกอย่างก็มืดลง
วินาทีที่สัมผัสดอกไม้นั้นได้ ทุกอย่างก็มืดลง
“ เฮ้ย!! นาย!!”
ผมยังพอมีสติได้ยินเสียงอยู่บ้าง มีของเหลวที่ไหลออกมาอาบจากหัวของผม
คงจะตกลงมาถึงพื้นสินะ... แม้จะมองไม่เห็นและสติเลือนราง ก็ยังพอรู้สึกได้ ผมชินกับมันแล้วล่ะ
คงจะตกลงมาถึงพื้นสินะ... แม้จะมองไม่เห็นและสติเลือนราง ก็ยังพอรู้สึกได้ ผมชินกับมันแล้วล่ะ
“อ๊ากกก เจ็บ!!! นายเป็นบ้าอะไรไป!! “
.
.
.
“คุณหนูคะ คุณหนู!! เจอคุณหนูแล้วค่ะ…”
.
.
.
“ หมอ โทรเรียกหมอด่วน!!”
.
.
.
“ ฮือออ ความผิดฉันเอง ฮือออ คุณหนู…”
.
.
.
ผมได้ยินเสียงต่างๆมาเป็นระยะ จับความไม่ได้สักเท่าไหร่
แล้วสติของผมค่อยๆดับมืดไป เข้าสู่ห้วงนิทรา
ผม… ผมยัง..ไม่อยากตาย..
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น